ผ่าศพชายกระบี่วัย 60 ปี เสียชีวิตหลังฉีด แอสตราเซเนกา

สปสช. ถูก ผอ.รพ.กระบี่ ยื่นเรื่องขอเงินเยียวยาเงิน 4 แสนบาทให้ครอบครัวชาย 60 ปี ที่เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีน “แอสตราเซเนกา” ขณะที่รพ.วชิระภูเก็ตออกหนังสือรับรองการตายมาแล้ว ระบุสาเหตุจากผนังหัวใจห้องล่างหนาตัว เป็นผลจากอาการความดันโลหิตสูง

จากกรณีการเสียชีวิตของนายพฤติชัย มากสิน อายุ 60 ปี ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วหลังจากนั้น 1 วัน เกิดอาการแน่นหน้าอก เข้ารับการรักษาที่ รพ.กระบี่ ก่อนจะเสียชีวิต ซึ่งภรรยา และญาติผู้ตาย เชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากการฉีดวัคซีน จึงขอให้ทาง รพ.กระบี่ ส่งศพของนายพฤติชัย ไปผ่าตรวจหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดที่ รพ.วชิระ จ.ภูเก็ต โดยทาง รพ.วชิระภูเก็ต ออกหนังสือรับรองการตาย มาให้กับญาติ ระบุสาเหตุการเสียชีวิตมาจากผนังหัวใจห้องล่างหนาตัว เป็นผลมาจากอาการความดันโลหิตสูง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีผลมาจากการรับวัคซีนหรือไม่

ขณะเดียวกัน จากการสอบถาม นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.รพ.กระบี่ ทราบว่า ไทม์ไลน์ของผู้ตาย เริ่มจากเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลา 09.30 น. ผู้ตายเดินทางมาฉีดวัคซีน แอสตราเซเนกา ที่ รพ.กระบี่ จากนั้น เจ้าหน้าที่ให้นั่งพัก สังเกตอาการ 30 นาที ก็ไม่พบอาการผิดปกติ จึงอนุญาตให้เดินทางกลับบัานได้ ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 9 มิ.ย. ผู้ตายดื่มกาแฟที่บ้าน แล้วมีอาการแน่นหน้าอกปวดร้าวไปถึงหลัง มีเหงื่อออกตลอดเวลา ญาติจึงนำตัวส่งโรงพยาบาล ทีมแพทย์นำเข้าห้องฉุกเฉิน เวลา 11.40 น. แพทย์ที่ห้องฉุกเฉินทำการตรวจวินิจฉัยในเบื้องต้น คาดว่าน่าจะเกิดจากอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด แพทย์จึงตรวจสัญญาณชีพ คลื่นหัวใจ และระดับเอนไซม์กล้ามเนื้อหัวใจในเลือดก็ปกติดี แพทย์ให้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ให้ยาละลายลิ่มเลือด 2 ตัว ยาลดไขมัน ยาคลายกล้ามเนื้อ สังเกตอาการ พบว่า อาการแน่นหน้าอกดีขึ้น

แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายขึ้น เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 มิ.ย. ผู้ป่วยยังสามารถลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำเองได้ ก่อนกลับมานอนที่เตียงผู้ป่วย และมีอาการไอ 2-3 ครั้ง ก่อนจะเกิดอาการช็อกหมดสติ หมอจึงช่วยปั๊มหัวใจนาน 30 นาที แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ เบื้องต้นหมอวินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ แต่ต้องชันสูตรอย่างละเอียด และให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของกระทรวงสาธารณสุขวินิจฉัยว่าเกี่ยวกับวัคซีนหรือไม่ ในส่วนของการเยียวยา ทาง รพ.กระบี่ ได้ยื่นเรื่องขอช่วยเหลือเยียวยาไปยังจังหวัด เพื่อเสนอ สปสช.แล้ว หากเข้าหลักเกณฑ์ก็จะได้รับเงินชดเชยตามหลักเกณฑ์ กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรจะได้รับการช่วยเหลือไม่เกิน 400,000 บาท